วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วัน "พ่อ" แห่งชาติ 5 ธันวาคม 2555

วันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งสำหรับประเทศไทย นั่นคือ "วันพ่อ" ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

ทั่วทั้งประเทศไทย (ก็ว่าได้) ต่างพร้อมใจ "จุดเทียนชัยเพื่อถวายพระพรในหลวงของเรา" และนัยหนึ่งก็ทำเพื่อ "บิดา" หรือ "พ่อ" ของเราเองด้วย

ที่ถือวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็ํนวันพ่อเนื่องจาก "ในหลวง" ของเราท่านประสูติวันนี้ และเป็นวันจันทร์ ดังนั้น...จึงได้ถือ "สีเหลือง" เป็นสัญญลักษณ์ของท่านด้วย

ครอบครัวเราก็ "ปฏิบัติ" ตามดังที่ทั่วประเทศทำด้วยเช่นกัน  สิ่งสำคัญอย่างนี้ในหลายประเทศทั่วโลก "ไม่มี" จงภูมิในไว้เถิดว่า วันที่ ๕ ธันวาคม ทุก ๆ ปีของเมืองไทยนั้นยิ่งใหญ่และสำคัญเป็นยิ่งนัก

วันที่ ๕ ธันวาคม ถือว่า "เป็นธรรมเนียม" ปฏิบัติของคนไทยไปแล้วก็ว่าได้  คุณเอ๊ย....ความรู้สึกของวันนี้นั้น ....บอกกันลำบาก...ใช่ว่าจะบอกกันไม่ได้  ...แต่...ลึก ๆ ของความรู้สึกนั้น...ตื้ันตันใจ

ช่วงเย็น ๆ ของวันนี้ น้องนิ้งและน้องนนท์  จึงได้ปฏิบัติตามธรรมเนียม..โดย..เข้าไปกราบพ่อ และ มีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพ่อ

สิ่งที่เจ้าให้นั้นก็เป็นกำลังใจที่ดีมาก  ถึงแม้เจ้าไม่ให้ก็ได้ไม่ต้้องแสวง เพียงแต่ "เป็นเด็กดีของพ่อและแม่และของสังคมและไม่ทำให้พ่อและแม่ต้องลำบากใจเท่านั้น" พ่อก็ดีใจแล้ว

ดังนั้น จึงได้ "หอมแก้ม" ลูกทั้งสอง เนื่องจากลูกทั้งสองนั้นถือว่าไม่เคยทำให้ลำบากใจ และเป็นเด็กที่ไว้ใจได้ พูดไม่ต้องมาก และสามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่สังคมยอมรับได้ดี

 จากนั้น...ลูกทั้งสองจึง "หอมแ้ก้มพ่อ" บ้าง  เป็นอารมณ์ที่บรรยาให้ฟังยากจังเลย  ลูกทั้งสองก็ต้องทำหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน


เพราะว่า..คุณพ่อได้ฝึกไว้ตั้งแต่เด็ก ไม่เช่นนั้นเด็กจะหลงระเริงเพราะว่าช่วงของลูกทั้งสองคนนี้ได้ผ่านพ้นช่วง ที่ลำบากไปแล้ว  ฉะนั้นคุณพ่อจึงต้องฝึกเขาไว้จะได้รู้ในความลำบากด้วย

  ..ชมภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์วันนั้นสิ..



มาดูกันสิว่า "แผ่นกระดาษ" ที่น้องนนท์หยิบยื่นให้นั้นเป็นอะไรกัน  เป็นความตั้งใจของน้องนนท์ที่เขียนขึ้นมาเองเมื่อหลายวันก่อน

คุณพ่อก็พอจะนึกภาพวันก่อนนั้นออกว่า ...เห็นลูกนั่งขีดนั่งเขียนอะไรบนกระดาษซักแผ่นหนึ่ง

เมื่อมาถึงวันนี้จึงได้รู้ว่า "ลูกตั้งใจเขียนอะไรให้เรา" ความรู้สึกเมื่อได้เห็นกระดาษแผ่นนี้กับวันสำคัญแบบนี้ด้วย  ...มันตื้นตันใจมาก...


เจ้าตั้งใจเขียนสิ่งนี้เพื่อวันนี้เป็นอย่างมาก  เจ้าสามารถนำสิ่งที่อยู่รอบตัวที่คุณค่าน้อยมาทำให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้ได้ประจักษ์ นั่นคือหลักเศรษฐศาสตร์อันสูงส่งอย่างแท้จริง

เมื่อได้เปิดอ่้านแล้ว..."ตะลึง"...กับสิ่งที่เจ้าคิด  ถึงแม้จะเป็นคำสั้น ๆ แต่ได้ใจความ และ น่าจดจำได้ง่าย ๆ ยิ่งนัก

กว่าที่เจ้าจะทำอะไร ๆ ได้มากขนาดนี้ สังเกตุจากโรงเรียนวัดมาบข่าซึ่งเป็นโรงเรียนที่ใช่ว่าจะเลิศเลอนัก 

แต่สามารถสร้างให้เด็ก ๆ ได้แสดงออกถือได้ว่ามาก ๆ จึงทำให้น้องนนท์ที่ศึกษาร่ำเรียนอยู่ ณ. แห่งนี้ กล้าที่จะแสดงออก และมีแนวความคิดที่ดีเป็นอย่างมาก

แหละให้เจ้าจงปรับปรุงแนวความคิดที่ดี ๆ อย่างนี้ต่อ ๆ ไป โดยอาจจะอ่านจากหนังสือหลาย ๆ เล่ม หรือสังเกตุการณ์จากสิ่งรอบด้าน หรือแอบจดจำจากคนอื่นแล้วมาปรับปรุงเป็นแนวคิดของตัวเองได้ก็จะดีขึ้นเป็นอย่างมาก
 
  ลำดับต่อไป เราจึงไปไหว "ปู่" กัน ในฐานะลูกและหลานอย่างเราต้องทำหน้าที่นี้กับคนที่เป็นที่เคารพนับถือด้วยเช่นกัน  

ปู่นั้นก็นั่งอยู่ที่ใต้ถุนบ้านและทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ อยู่ เมื่อไปถึงจึงได้บอกกับปู่ว่า  

วันนี้เป็นเป็นวันพ่อนะจ๊ะ  ปู่เองก็ดีในที่เห็นลูกหลานให้ความเคารพนับถืออยู่เช่นเดิม


ปู่..ในวันนี้ก็อายุ 65 ปีแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาปู่ก็ทำงานหนักมาเกือบทั้งชีวิต เนื่องจากความยากจนของครอบครัวเรา ทำให้ปู่อาจจะ "โรยแรง" ไปเยอะ

ถึงแม้จะเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้วที่ปู่ไม่ได้ทำงานหนักเช่นเดิม เนื่องจากลูก ๆ โตและลูกก็ช่วยเหลือกันโดยที่ไม่ต้องให้ปู่ทำงานหนักอีก 

แต่..ร่างกายที่เคยถูกใช้งานมาอย่างมาก เมื่อการชดเชยทดแทนไม่ทันหรือฟื้นฟูช้ากว่าเสื่อมโทรม จึงอาจจะทำให้ปู่ดูโทรมเร็วไปกว่าที่คิด

บรรยากาศวันนั้นดูจะมีแต่ความสุขของทุก ๆ คน ..พร..ที่ได้รับก็เป็นกำลังใจให้กับลูกหลานเพื่อจะดำเนินชีวิตต่อไป


  ...ฟัง "ปู่" อวยพรให้กับลูกหลานหน่อยนะ..

   


คล้อยหลังจากที่ไว้ "ปู่" แล้ว ลูกและหลาน ๆ จึงออกมาร่วมพิธีกับกลุ่มของ อบต.มาบข่า

ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไร  ประมาณซัก 5-6 ลี้ นี่แหละ  บริเวณนั้นก็มีประชาชนเพื่อเข้าร่วมพิธีจำนวนมากเช่นกัน

เหตุที่เขตนี้ตั้งอยู่ใกล้กับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ฉะนั้น..จึงได้รับแรงสนับสนุนจากหลายโรงงานที่อยู่ในระแวกนั้น

อาทิเช่น ปตท., scg , tuntex , TRC , Egco และอื่น ๆ อีกหลายบริษัท

ทรัพย์ที่ถูกบริจาคจากหลาย ๆ บริษัทนี้ ทางผู้จัดงานก็นำไปซื้อสิ่งของสำหรับบริโภค (ของกิน) ไม่ว่าจะเป็นอาหาร,เครื่องดื่ม ต่าง ๆ

ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานสามารถดื่มกันกันได้เต็มจนกว่าจะกินไม่ไหว เพราะมีไม่อั้นนั่นเอง 

นับว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่บริจาคทรัพย์มาให้ทั้งนั้นเลย  ....มีเหลืออีกแน่ะ...

เด็ก ๆ  ก็ต่างสนุกสนานกับแสงสีและไปที่ประดับรอบ ๆ งาน  แน่นอน...งานแบบนี้ปีหนึ่งก็จะมีจัดกันเพียงครั้งเดียว  

สำหรับบ้านนอกอย่างเรา..คล้าย ๆ ...กัีบมีงานรื่นเริงแบบย่อมอีกครั้งหนึ่งแห่งปีเลยแหละ

สำหรับ "หล่อน ๆ " ทั้งสามคนนี้ (ยกเว้น..น้องนนท์) กินไม่หยุดเช่นกัน  แม่ครัวก็ทำได้อร่อยด้วย  แต่รู้มั้ย ของที่กำลังกินน่ะ "อ้วน ๆ"ั้งนั้นและย่ะ....

แต่หล่อน ๆ ก็ไม่หวั่น เพราะได้ยินบ่นกันว่า "ไม่สวยไปมากกว่านี้แล้วแหละ" (รู้ตัวได้ก็ได้...อิอิ)

ระหว่างรอทำพิธีนั้น "คนสวย (นิดหน่อย)" ทั้งหลายก็บันทึกภาพกันไปเรื่อย ๆ  

ในภาพนี้ ...อาติ๋ว..น้องญา..ป้าอ้อย่ายรูปกันซักหน่อย  จะไดู้ว่า วันนี้เมื่อหลายปีก่อน (ดูในอนาคต) ฉั้นท์ก็ได้มาร่วมพิธีนี้ด้วยนะจ๊ะ
 
อีกภาพเป็น "น้องโย" และ "น้องญา" จอมทะเล้นท์ทั้งสอง ก็แย่งกันเข้าหน้ากล้องอีกนั่นแหละ (ฝุ่นตลบ)

สำหรับน้องญา..นั้นถ้าไม่เข้ากลุ่มก็วิ่งหายเข้าไปในกลุ่มอื่น บางครั้งต้องตามหากัน  เดี๋ยวหลงดิ๊...

แต่ไม่นานก็กลับมา ...แหม..มันน่าจับมาปิ้งเหลือเกินด้วยความซนของตัวเด็กเอง

วิ่งไปก็วิ่งมา  ตอนเย็นก็อาบน้ำไปหนหนึ่งแล้วนะ  เดี๋ยวก็ต้องกลับไปอาบน้ำอีกครั้งแน่

คราวนี้มาถึงคิวของ "คุณครู" หน่อยดิ๊  ก็ไม่ย่อยเหมือนกันครับ  ใครเป็นใครก็ดูก็แลกันเอาเองละกัน (ไม่บรรยาย..เพราะเหนือคำบรรยาย..นั่นเอง)

คุณครูก็แทบจะทั้งหมดของโรงเรียนวัดมาบข่าแหละครับ มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ (ก็ทั้งสองมือนั่นแหละ)

งานที่ใหญ่ ๆ ก็ดูเหมือนเล็กลงไปถนัดตา  เพราะต่างคนต่างช่วยเหลือกัน

เอาภาพนี้ไปชมกันอีกซักภาพเน๊าะ  จะได้ไม่ลำเอียงกันว่า "มีแต่รูปเธอ  แล้วรูปฉั้นท์ล่ะ"  จะได้ไม่เป็นข้อครหากัน  จัดไปอย่าให้เสียครับพี่น้อง

อีกภาพหนึ่งละกัน ก็ยังอยู่ในงานนี่แหละ เพราะงานยังไม่เริ่ม  เนื่องจากพิธีนี้จะ "พยายาม" ทำพร้อม ๆ กันทั่วทั้งประเทศ

ฉะนั้นคนจัดงานจึงรอสัญญาณจากทาง กทม. โดยดูที่โทรทัศน์ประกอบกันไป

ไม่นานพิธีก็เริ่มแล้วขอรับ  เราก็ร่วมทำพิธีร้องเพลงสดุดีมหาราชาและราชินีไปพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ  (แหม..มันช่างขลังจัง ร้องเพลงไป "ขนลุก" ไป)

เมื่อเสร็จสิ้นการร้องเพลง ก็มีการ "จุดไฟ" ซึ่งก็สวยไม่หยอกแหละ  มันได้ได้มีให้ดูทุกวันซิ  จึงทำให้เราตื่นเต้นกันไปใหญ่

และยังตามมาด้วยการ "จุดพลุ" อีก  เสียงดังสนั่นกันไปใหญ่  มีหลายดอก แต่ด้วยฝีมือที่ไม่ชำนาญการนัก  จึงมีให้ดูให้แลกันไม่ค่อยมาก

แต่ในขณะที่ยืนชมนั้น สวยงามไม่น้อยเลย ผู้คนที่มาร่วมงานต่างก็ปลื้มปิติไปด้วย

เนื่องจากมีการปิดไฟในงานด้วย  แสงและสีที่ประกายออกมาจากการจุดทั้งไฟและพลุ  มันช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก


 ลองนึกภาพมุมสูงที่จุดพลุกันทั้งประเทศไทยนะ  จะงดงามเพียงใด

...ชมภาพการจุดพลุของ อบต.มาบข่า กันหน่อยดิ..

 

เมื่อจุดพลุหมดไปแล้ว งานก็คล้าย ๆ ว่าจะจบแล้ว ที่เหลือเป็นการถ่ายภาพที่ด้านหน้าเวทีกับรูปของพระเจ้าอยู่หัวของเรา

 เนื่องจากประดับไฟไว้สวยงามมาก  จึงอยากจะบันทึกภาพไว้เพื่อความเป็นสิริมงค

แต่ด้วยที่ผู้คนล้มหลาม เราจึงต้องรอคิวไปก่อน  ขณะที่รอนั้น "เหลือบเห็น"ุณปรีชาเข้าให้

 คุณปรีชา...เป็นพนักงานของบริษัท SCG หรือ เครือซมนต์ไทยนั่นเอง


ทำงานอยู่แผนก "มวลชนสัมพันธ์" หรือ CSR ที่คุ้น ๆ ชื่อตามสื่อต่าง ๆ นำเสนอนั่นเอง

ก็ทำหน้าที่ไปพบปะกับ "ชาวบ้าน" ระแวกใกล้เคียงกับบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ดีต่อคนที่อยู่รอบโรงงาน 

ไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่หรือเล็กแค่ไหน งานมงคลหรือไม่มงคลคนที่อยู่แผนกนี้ก็ต้อง "พยายาม" ไปให้ได้ครบทุกงานมากที่่สุด 

ทั้งไปให้เขารู้จักกับเราและบริษัท และให้ความช่วยเหลืออะไรที่เขาต้องการที่บริษัืทจะช่วยเหลือได้  

ทั้งนี้บริษัท SCG ได้สร้างฝายเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ทั่วประเทศไทยเพื่อให้ผืนแผ่นดินได้จะได้กลับมาชุ่มชื่นเหมือนเดินับไปก็ใกล้จะ 10,000 ฝายเลยนะ  

ดังนั้น..ุคลากรที่จะทำหน้าที่นี้ จะต้อง "เสียสละเวลาส่วนตนซักหน่อย" และ ต้อง "ยิ้มแย้มแจ่มใส" หรือ "เข้ากับคนง่าย" 

บริษัททั้งหลายมักจะมีแผนกนี้ประจำอยู่แทบจะทุกบริษัท  ไม่เช่นนั้นนะคุณ....มีปัญหาเรื่อง HIA ,EIA แน่ ๆ



หันไปบรเวณหน้าเวทีอีกครั้ง  คนไม่มีแล้ว  เราจึงเดินไปถ่ายรูปกันล่ะความนี้  

ค่อยถ่ายภาพได้แบบสบาย ๆ หน่อย  ก่อนนี้คน "ตรึม" เลย  ถ่ายกับคนมาก ๆ ภาพก็ไม่สวยสิ

เลยต้องรอเวลาซักหน่อย  ช่วงนั้นก็พูดคุยกับคุณปรีชาอยู่นานเลยนะ เนื่องจากเราเองก็คุ้นเคยกับคุณปรีชาด้วยเช่นกัน  เด็ก ๆ ก็เล่นหยอกเย้ากับคุณปรีชาด้วยความุ้นเคยอีกซะด้วย


ัดมาอีกภาพหนึ่งเป็นภาพ "อาติ๋ว"  ขอถ่ายร่วมกับคุณครูที่เคารพนับถือพร้อมกับ "ครูติ๊ก" อีกภาพละกัน

กว่าจะออกจากงานนั้นได้  นานมาก เนื่องจาก "ของกิน" เหลือเยอะจึงแวะกันมาเรื่อย ๆ  เรียกได้ว่าเลี้ยงดูปูเสื่อได้ดีมาก ๆ

ยิ่งน้องโย...นะ  กินไม่หยุดเลย  ถึงว่าหุ่นถึงได้ดีขนาดนี้  เช้งกะเด๊ะเลยอะ

ผ่านซุ้มประตูแรกที่เดินเข้า  ก็ถ่ายรูปกันอีกหน ถ่ายกันเข้าไป ต่างคนต่างก็ "แขม่ท้อง" 

และต้องเอียงข้างถ่ายภาพกันด้วยนะ ไม่งั้นภาพไม่งามแน่ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เดือน

ก็หาท่าที่ว่าถ่ายภาพออกมาแล้วงามที่สุดนั่นแหละ และย้ำด้วยนะว่า ถ้าภาพไหนไม่สวย "กรุณา" ลบด้วนนะค่ะ (เชิงขอร้อง)

แต่...เสียงนั้นย้ำแบบชัดเจน  กระผมก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยแฮะ 

ตามคาดครับ  เดินออกนาน เหนื่อยและหิวอีก ได้กลิ่นของ "ขนมปังสังขยา" อดไม่ได้อีกแล้วครับท่าน  ได้ไปกันอีกคนละชิ้น
 

ยังพูดอีกว่า "ร้านเขาทำได้อร่อยมาก"  นั่นหล่อนคงอยากจะกินอีกซักก้อนล่ะสิ

ภาพนี้เป็นภาพที่เห็นกันแบบ "เต็ม ๆ" และ "ชัดเจน" ชนิดปฏิเสธไม่ได้น่ะ การกินแบบนี้ก็เทียบได้กับหุ่นของหล่อนเองนั่นแหละย่ะ

แม่ค้ารายนี้ก็ขายของตั้งแต่เช้าจนมืดป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน นั่นเป็นเพราะ "อาชีพ" ที่ต้องทำมาหากิน จึงต้องทน ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร และเป็นอาชีพที่สุจริต

ขอจงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ไม่เหมือนกับคนบางกลุ่มที่เอาชุดบังหน้าเพื่อ "หากิน"  ชิมิ

งานเลี้ยงใด ๆ ก็ต้องจบลง  เราจึงเดินทางกลับบ้านกัน

   ....ชมภาพที่รวมรวมไว้ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555... 



















ขอให้ทุกคน..โชคดีและร่างกายแข็งแรงตลอดไป

จาก...กระดิ่งทอง....